นานๆ เขียนบันทึกที วันนี้ก็ขอเขียนตามใจชอบหน่อย

 

เมื่อคืนนั่งแปลเพลงเทพเจ้าแห่งลังกระดาษจากซับอังกฤษเรื่องกินทามะ
(เพลงแทรกในอนิเมกินทามะปี 5 ตอน 203 ได้ฟังเต็มเพลงในตอน 209)
แปลเสร็จต้องบอกว่า โอ้แม่เจ้า แม่มตรงกับชีวิตของมาดาโอะในเรื่องจริงๆ เหวย !!!
ใครติดตามการ์ตูนชุดกินทามะมาตลอดตลอด จะรู้เลยว่าชีวิตพี่แกตกต่ำจนน่าอนาถขนาดไหน
อีตาโซราจิทำกันได้ลงคอจริงๆ พับผ่าเถอะ !!!!

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงละ มาฟังเพลงกันเลยดีกว่า

 

 

(อ่านคำแปลไทยแล้วถ้าฟังลิเกก็ขออภัย แบบว่ากลอนมันพาไปน่ะ)

 

เทพเจ้าแห่งลังกระดาษ

MADAO

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอย...

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
ทั้งบ้าน การงาน และรายได้ของข้า
ข้าคงไม่อาจหวนกลับไปสู้อีกครา
เพราะว่าตัวข้าสูญสิ้นแล้วซึ่งทุกอย่าง
นับแต่วันนั้น เป็นต้นมา
นามของข้าก็คือตาลุงไม่ได้ความ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
แต่เทพลังกระดาษได้มอบสิ่งนี้ให้ข้า
โอ้ลังกระดาษ มันได้กลายมา
เป็นดั่งแท่นนิทราอันน่าภิรมย์
โอ้ลังกระดาษ เจ้าคุ้มกายข้า
จากความเหน็บหนาวเย็นชาในยามราตรี

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
โอ้ท่านเทพเจ้า...แห่งลังกระดาษ...
โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
ข้านอนตาหลับได้ และจมลงสู่ห้วงนิทรา

 

ทุกสิ่งอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
ทั้งเกียรติ ทรัพย์สิน และเงินในบัญชี
ข้าคงไม่อาจหวนกลับไปสู้อีกที
เพราะว่าตัวข้านี้ตกต่ำจนจมพื้นธรณี
นับแต่วันนั้น จนถึงวันนี้
ข้ายังคงถูกเรียกว่าตาลุงไม่ได้ความ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
แต่เทพลังกระดาษได้มอบสิ่งนี้ให้ข้า
โอ้ลังกระดาษ มันได้กลายมา
เป็นดุจดั่งเรือนชาน คุ้มหัวคุ้มกายา
โอ้ลังกระดาษ เจ้าปกป้องข้า
จากสายตาสาระแนของชาวบ้านชาวเมือง

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
โอ้ท่านเทพเจ้า...แห่งลังกระดาษ...
โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
ข้านอนขดตัวเบาๆ อย่างแสนสบาย

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอย...

 

ปล. แปลจากภาษาอังกฤษ คงไม่ตรงเป๊ะกับต้นฉบับญี่ปุ่น แต่อารมณ์ก็คงประมาณนี้ล่ะมั้ง

edit @ 23 Aug 2011 10:32:20 by xiengyod

ท่องเว็บหาข้อมูลเรื่องธงไปตามประสา ปรากฏว่าเป็นเจอเว็บไซต์ธงของอิตาลีรวมข้อมูลเกี่ยวกับธงต่างๆ ไว้  ไปเจอ Royal Standard (ต่อไปนี้จะแปลเป็น "ราชธวัช" ในทุกแห่ง) มีข้อมูลพาดพิงเกี่ยวกับธงสยามไว้ เห็นว่าน่าสนใจดีจึงขอนำมาแปลลงไว้ที่นี่ (ทำไว้หลายวันแล้วแต่ยังไม่มีโอกาศเอามาลงเสียที เพิ่งจะว่างพอวันนี้)
 

หมายเหตุ:

ข้อความจากต้นฉบับเป็นภาษาอิตาลี เนื่องจากผู้แปลไม่มีความรู้โดยตรงในภาษาดังกล่าว จึงต้องอาศัยเครื่องมือ Google Translate แปลจากภาษาอิตาลีเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วจึงเรียบเรียงเป็นภาษาไทยอีกครั้ง ฉะนั้นคำแปลที่ปรากฏต่อไปนี้อาจไม่ถูกต้องตรงตามต้นฉบับเสียทั้งหมด โปรดพิจารณาก่อนนำข้อมูลนี้ไปใช้  อนึ่ง การแปลนี้เป็นเพียงการนำเสนอสิ่งพบในชั้นต้นเท่านั้น  ยังมีข้อมูลหลายอย่างที่จะต้องนำไปตรวจสอบก่อนนำไปใช้หรืออ้างอิงด้วย

ข้อความใดก็ตามที่เป็นข้อคิดเห็นหรือหมายเหตุของผู้แปล ได้เขียนแยกไว้ด้วยเชิงอรรถอักษรตัวเอน การใส่เครื่องหมายวรรคตอนใดๆ ก็ตาม ได้คงไว้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ

 

Xiengyod
20 ก.พ. 2554
xiengyod2529@hotmail.com
xiengyod2529@gmail.com

 

---------------------------------

 

 

กัมพูชา - ราชธวัช 

ราชอาณาจักรกัมพูชา ราว ค.ศ. 1862 - 1970 และตั้งแต่ ค.ศ. 1993

 


 


 

ราชธวัชแบบแรกปรากฎเมื่อ ค.ศ. 1862.[1] พื้นสีน้ำเงิน, สัญลักษณ์รูปเครื่องราชูปโภคสีทอง. กลางผืนผ้ามีตั่งขนาดใหญ่, ตั้งพานรองสองชั้น: ใช้รองรับรูปวัตถุศักดิ์สิทธิ์, ซึ่งในที่นี้เป็นรูปพระขรรค์. พระขรรค์นี้เป็นอาวุธที่เทพเจ้าสร้างขึ้น สำหรับประทานแก่กษัตริย์เขมรในคริสต์ศตวรรษที่ 11 (พระเจ้าชัยวรมันที่ 5).[2] ถัดขึ้นไปเป็นรูปเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์: คือเครื่องหมาย "โอม" ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งในจักรวาล.[3]  แต่ละข้างของตั่งเป็นรูปฉัตร, สัญลักษณ์แห่งพระราชอิสริยยศและพระราชอำนาจทั่วทั้งอุษาคเณย์. พระเจ้าแผ่นดินเขมรได้รับสมญานามว่า "กษัตริย์ที่สองแห่งสยาม"[4] แสดงออกถึงอิทธิพลของไทยในยุคนั้น. ในช่วงแห่งการยึดครอง[5] พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงสร้างธงที่สอง (ราว ค.ศ. 1862), เป็นธงสีน้ำเงินมีรูปธงชาติสยามที่มุมธงบนด้านคันธง.[6]

 

 


          

นอกจากการเพิ่มขอบสีแดงบนธงทั้งสี่ด้านแล้ว, ราชธวัชยังคงมีลักษณะอย่างเดิมตลอดตั้งแต่ยุครัฐในอารักขาฝรั่งเศสจนถึงช่วงที่เจ้าสีหนุถูกขับไล่ในปี ค.ศ. 1970.[7] อย่างไรก็ตาม, รูปแบบของสัญลักษณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยการเพิ่มองค์ประกอบอื่นๆ.  ตั่งถูกแทนที่ด้วยแพรแถบมีข้อความถวายพระพรหรือนามประเทศ. เครื่องหมาย "โอม" ถูกครอบด้วยรูปพระมหามงกุฎ, รูปทรงดุจยอดเขาพระสุเมรุ, อันถือเป็นเขาโอลิมปัสตามความเชื่อท้องถิ่น. บนสุดเป็นรูปรัศมี, เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองในพระราชวงศ์.  สัดส่วนกว้างยาวของธงคือ 3:4 อย่างน้อยที่สุดจนถึงช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2. หลังจากนั้นผืนธงได้เปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส[8] ขอบสีแดง และมีรูปสัญลักษณ์ขนาดใหญ่กว่าเดิมเขียนด้วยเส้นสีแดง. ในช่วงสุดท้าย (ค.ศ. 1948 - 1970) มีการสร้างธงเพิ่มขึ้นอีกธงหนึ่ง, สำหรับใช้ในราชพิธี, เป็นรูปตราแผ่นดินอย่างเต็มยศ: ซึ่งเพิ่มองค์ประกอบจากตราเดิมด้วยรูปสิงห์สองตัว, มีตัวหนึ่งศีรษะเป็นช้าง[9], ประคองฉัตรเครื่องสูง, มีรูปฉลองพระองค์ครุย, ลวดลายก้านขดและแพรแถบประดับลวดลายซึ่งบรรจุข้อความไว้.

 

 

หลังยุคแห่งโศกนาฏกรรมและความยุ่งเหยิงระหว่าง ค.ศ. 1970 - 1993[10], ราชอาณาจักรกัมพูชาได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง. ราชธวัชใหม่เป็นธงสีน้ำเงินคล้ายธงแบบดั้งเดิม และมีเครื่องหมายตราแผ่นดินแบบเต็มยศ, ซึ่งเขียนเป็นภาพลายเส้นด้วยสีเหลืองทอง, มีลักษณะดุจเดียวกับสัญลักษณ์ในราชธวัชสำหรับพระราชพิธีปี ค.ศ. 1970. สัดส่วนธง 2:3.

 

บรรณานุกรม 

Album des Pavillions nationaux, 1923 - Flaggenbuch OKM, 1939 - Archive CISV, Schedule 48 / 5 - Franciae Vexilla, special issue 2005

 

ที่มา:

ข้อสังเกต

-          ประวัติศาสตร์ธงชาติสยามเท่าที่ปรากฏอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ ยังไม่มีเอกสารได้ที่เล่าถึงการสร้างธงของเขมรโดยเอาธงช้างรวมเป็นส่วนประกอบหนึ่งอยู่ด้วย ต้องตรวจสอบจากเอกสารต่างประเทศเพิ่มเติมว่ามีบันทึกเรื่องนี้อยู่หรือไม่

-          ภาพจำลองราชธวัชแบบแรกของเขมร ออกจะคล้ายกับคำบรรยายถึงธงพระจุฑามณีของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (ธงรูปปิ่นบนพานแว่นฟ้าล้อมด้วยเครื่องสูง เลียนแบบตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์) ซึ่งปรากฏคำบรรยายลักษณะอยู่ในหนังสือของ ก.ศ.ร. กุหลาบ (จะได้คัดเอกสารของ ก.ศ.ร.กุหลาบ มาให้อ่านในโอกาสต่อไป)



เชิงอรรถของผู้แปล

[1] พ.ศ. 2405 เป็นช่วงต้นรัชกาลของสมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ (นักองค์ราชาวดี) ขณะนั้นกัมพูชาเป็นประเทศราชของสยาม แต่ฝรั่งเศสเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในแถบอินโดจีนแล้ว กัมพูชาถูกฝรั่งเศสแทรกแซงทางการเมืองใน พ.ศ. 2406 และได้กลายเป็นรัฐอารักขาของฝรั่งเศสโดยสมบูรณ์ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1867 เมื่อ พ.ศ.2410 ยกเว้นแต่เฉพาะพื้นที่ที่ไทยเรียกว่าเขมรส่วนใน อันได้แก่ พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ซึ่งไทยยังคงปกครองต่อไปจนถึง พ.ศ. 2447

[2] หมายถึงพระขรรค์ชัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่สำคัญยิ่งของกัมพูชา

[3] โอม เป็นรูปสัญลักษณ์แทนพระเป็นเจ้าสูงสุดทั้งสามในศาสนาฮินดูซึ่งเรียกรวมกันว่า “ตรีมูรติ” ได้แก่ พระศิวะ พระวิษณุ และพระนารายณ์ ในประเทศไทยและกัมพูชามักทำเป็นรูปอักขระขอม “อุ” กลับหัว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อุณาโลม

[4] หรือจะหมายถึง "อุปราช" ? น่ากลัวว่าจะไม่ใช่ทั้งสองกรณี เพราะเอกสารต่างประเทศในยุคร่วมสมัยระบุไว้ตรงกันว่า "กษัตริย์ที่สองแห่งสยาม" คือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล กรุงเทพมหานคร อนึ่ง กัมพูชาในยุคนั้นถือเป็นเพียงประเทศราชของสยาม การที่พระเจ้าแผ่นดินกัมพูชาจะมีศักดิ์เสมอพระเจ้าแผ่นดินที่ 2 ของราชอาณาจักรที่มีอำนาจเหนือตนอยู่จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ – ผู้แปล

[5] โดยสยาม

[6] ธงชาติสยามในขณะนั้นเป็นธงสีแดงมีรูปช้างเผือกไม่ทรงเครื่องยืนหันหน้าเข้าหาเสา หากดูตามภาพที่ปรากฏในที่นี้ พึงระลึกว่าเสาธงอยู่ทางด้านขวาของภาพ (หลักทั่วไปในการบรรยายลักษณะธงนั้นมักถือเอาด้านซ้ายของภาพเป็นด้านเสาธง)

[7] พระบาทสมเด็จพระ นโรดม สีหนุ ได้สละราชสมบัติถวายแก่พระราชบิดา (พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สุรามฤต) เพื่อทรงเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีรัฐบาลพรรคสังคมราษฏร์นิยมเมื่อ พ.ศ. 2498 โดยดำรงพระอิสริยยศเป็นเพียงนักองค์นโรดมสีหนุ แม้ต่อมาสมเด็จพระราชบิดาจะเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2503 แต่พระองค์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นประมุขของพระราชอาณาจักรโดยไม่ได้มีการราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ ตราบจนถึงการล้มล้างระบอบกษัตริย์โดยการรัฐประหารของนายพลลอน นอล เมื่อ พ.ศ. 2513

[8] พื้นสีน้ำเงิน

[9] คชสีห์

[10] ความวุ่นวายและสงครามกลางเมืองในกัมพูชาเริ่มจากเริ่มจากการัฐประหารของนายพลลอน นอล และการปกครองของสาธารณรัฐเขมรในปี ค.ศ. 1970 – 1975 (พ.ศ. 2513 - 2518) การล้มระบอบลอนนอลและการปกครองอันทารุณของเขมรแดงระหว่าง ค.ศ. 1975 - 1979 (พ.ศ. 2518 – 2522) การก้าวขึ้นมาปกครองประเทศโดยกลุ่มเขมรเฮง สัมริน และสงครามเขมรสี่ฝ่าย ระหว่าง ค.ศ. 1979 – 1992 (พ.ศ. 2522 – 2535) การจัดการเลือกตั้งโดยความควบคุมของสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) และสิ้นสุดด้วยการฟื้นฟูพระราชอาณาจักรขึ้นใหม่ใน ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536)

 

edit @ 4 Mar 2011 13:16:52 by xiengyod

edit @ 4 Mar 2011 13:18:07 by xiengyod

edit @ 4 Mar 2011 15:13:27 by xiengyod

God Save the Queen
(Standard version)

 

God save our gracious Queen!
Long live our noble Queen!
God save the Queen!
Send her victorious,
Happy and glorious,
Long to reign over us,
God save the Queen.

O Lord, our God, arise,
Scatter her enemies,
And make them fall.
Confound their politics,
Frustrate their knavish tricks,
On Thee our hopes we fix,
God save us all.

Thy choicest gifts in store
On her be pleased to pour,
Long may she reign.
May she defend our laws,
And ever give us cause,
To sing with heart and voice,
God save the Queen.

 

-----------------------------------

 

คำแปลภาษาไทย

 ขอพระเป็นเจ้าทรงคุ้มครององค์ราชินี

ขอพระเจ้าทรงคุ้มครององค์ราชินีผู้ทรงศักดิ์
ขอพระนางเจ้าผู้งามสง่าจงทรงพระเจริญ
ขอพระเจ้าทรงคุ้มครององค์ราชินี
จงดลบันดาลให้พระนางทรงพบกับชัยชนะ
ประสบแต่ความสุขความเจริญ
และทรงคุ้มเกล้าชาวเราตลอดไป
ขอพระเจ้าทรงคุ้มครององค์ราชินี

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โปรดดลบันดาล
ให้มวลหมู่ปัจจามิตรแห่งพระนางจงแตกพ่าย
และวินาศฉิบหายไปสิ้น
ขอให้กโลบายของมันจงป่วนปั่น
และย่อท้อต่อแผนคิดคดของพวกมันเอง
เราขอยึดมั่นในความหวังต่อพระองค์
ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองเราทุกคน

ของขวัญที่ดีเลิศที่สุดของพระองค์
ได้โปรดประทานแด่พระนางเจ้า
ให้ทรงอยู่ในราชสมบัติชั่วกาลนาน
ขอพระนางจงทรงพิทักษ์กฎหมายของเรา
และขอจงทรงยังให้ชาวเรา
ขับขานเพลงด้วยความเต็มใจต่อพระนางเสมอไป
ขอพระเจ้าทรงคุ้มครององค์ราชินี

 

ของแถม

 God Save the King
(ใช้ชื่อนี้ในกรณีที่พระเจ้าแผ่นดินคือพระมหากษัตริย์)

 

God Save the Queen
เวอร์ชั่นแสดงสดโดยวง Queen ที่สนามกีฬา Wembley (ค.ศ. 1986)

 

God Save the Queen
เวอร์ชั่นแสดงสดโดย Brian May ที่พระราชวัง Buckingham
เนื่องในวาระฉลองสิริาชสบัติครบ 50 ปี ของ
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
(ค.ศ. 2002)

 

ปัจฉิมลิขิต
 
Creative Commons License
คำแปลภาษาไทยในผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาต ของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.

Ὕμνος εἰς τὴν Ἐλευθερίαν
Ýmnos eis tīn Eleutherían


 Σε γνωρίζω από την κόψη
του σπαθιού την τρομερή,
σε γνωρίζω από την όψη
που με βιά μετράει την γη.

Απ’ τα κόκκαλα βγαλμένη
των Ελλήνων τα ιερά,
και σαν πρώτα ανδρειωμένη,
χαίρε, ω χαίρε, Ελευθεριά!3

 

 คำแปลภาษาอังกฤษ โดย รัดยาร์ด คิปลิง
(ค.ศ. 1918)

We knew thee of old,
O, divinely restored,
By the lights of thine eyes,
And the light of thy Sword.

From the graves of our slain,
Shall thy valour prevail,
As we greet thee again,
Hail, Liberty! Hail!

 

ที่มา: Hymn to Liberty. (2010, June 7). In Wikipedia, The Free Encyclopedia. Retrieved 10:53, June 17, 2010, from http://en.wikipedia.org/w/index.php?title=Hymn_to_Liberty&oldid=366495166

 

  ----------------------------------

 

คำแปลภาษาไทย
(ถอดความจากคำแปลของรัดยาร์ด คิปลิง)

 

เพลงสรรเสริญแด่เสรีภาพ 

เราสำนึกถึงท่านผู้เก่าแก่
ซึ่งฟื้นคืนโดยฤทธิ์แห่งเทวา
ด้วยแสงแห่งเนตรนัยนา
และแสงแห่งคมศาตราของท่าน

จากสุสานของผู้ถูกสังหาร
ความองอาจของท่านจะปรากฏเป็นจริง
ยามเมื่อเราต้อนรับท่านอีกครา
ชโย แด่เสรีภาพ ชโย !

 

 
ปัจฉิมลิขิต
 
Creative Commons License
คำแปลภาษาไทยในผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาต ของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.

เพลงชาติเกาหลีใต้ - Aegukga

posted on 16 Jun 2010 13:16 by xiengyod in anthems

 애국가
Aegukga

 

เพลงชาติเกาหลีใต้ (ฉบับสังเขป) 

เพลงชาติเกาหลีใต้ (ฉบับสมบูรณ์)

 1

동해 물과 백두산이 마르고 닳도록
하느님이 보우하사 우리나라 만세

무궁화 삼천리 화려강산
대한사람 대한으로 길이 보전하세

2

남산 위에 저 소나무 철갑을 두른 듯
바람서리 불변함은 우리 기상일세

무궁화 삼천리 화려강산
대한사람 대한으로 길이 보전하세

3

가을 하늘 공활한데 높고 구름 없이
밝은 달은 우리 가슴 일편단심일세

 무궁화 삼천리 화려강산
대한사람 대한으로 길이 보전하세

4

 이 기상과 이 맘으로 충성을 다하여
괴로우나 즐거우나 나라 사랑하세

무궁화 삼천리 화려강산
대한사람 대한으로 길이 보전하세

 

(ถอดเป็นอักษรโรมัน)

1

Donghae mulgwa Baekdusani mareugo daltorok
Haneunimi bouhasa urinara manse

Mugunghwa samcheonli hwaryeogangsan
Daehansaram daehaneuro giri bojeonhase

2

Namsan wie jeo sonamu cheolgabeul dureun deut
Baram seori bulbyeonhameun uri gisangilse

Mugunghwa samcheonli hwaryeogangsan
Daehansaram daehaneuro giri bojeonhase

3

Ga-eul haneul gonghwalhande nopgo gureum eopsi
Balgeun dareun uri gaseum ilpyeondansimilse

Mugunghwa samcheonli hwaryeogangsan
Daehansaram daehaneuro giri bojeonhase

4

I gisanggwa i mameuro chungseong-eul dahayeo
Goerouna jeulgeouna nara saranghase

Mugunghwa samcheonli hwaryeogangsan
Daehansaram daehaneuro giri bojeonhase

 

ที่มา:   Aegukga. (2010, June 14). In Wikipedia, The Free Encyclopedia. Retrieved 10:44, June 17, 2010, from http://en.wikipedia.org/w/index.php?title=Aegukga&oldid=367926174

 

--------------------

 

คำแปลภาษาไทย
 
คำแปลนี้แปลจากคำแปลภาษาอังกฤษของเพลงชาติเกาหลีใต้ในวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ เผยแพร่ต่อภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-อนุญาตแบบ เดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
 
เพลงรักชาติ
 
1.
ตราบเท่าทะเลบูรพาเหือดหาย ขุนเขาแพ็กตูพังทลาย
เทพเทวาจักปกป้องคุ้มครอง ให้ชาติแห่งเราทั้งผองจงเจริญ

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่ง ทั่วขุนเขาสายน้ำสามพันลี้
มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

2.
ต้นสนใหญ่แห่งนัมซานยืนตระหง่าน หุ้มด้วยลมหนาวและน้ำค้างแข็ง
ประดุจสวมเกราะไว้ เหมือนจิตใจอันแน่วแน่ไม่มีวันแปรผันของเรา

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่ง ทั่วขุนเขาสายน้ำสามพันลี้
มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

3.
ท้องฟ้ายามวสันตฤดูแลเวิ้งว้างกระจ่างใส สูงใหญ่ไร้เมฆหมอก
จันทร์กระจ่างฟ้า เปรียบได้ดั่งดวงใจอันมั่นคงและสัตย์ซื่อของเรา

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่งทั่ว ขุนเขาสายน้ำสามพันลี้
มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

4.
ขอมอบความภักดีทั้งปวงไว้ ด้วยดวงจิตและดวงใจ
ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์อย่างไร จะรักมั่นในแผ่นดินแห่งนี้

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่ง ทั่วขุนเขาสายน้ำสามพันลี้
มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน