นานๆ เขียนบันทึกที วันนี้ก็ขอเขียนตามใจชอบหน่อย

 

เมื่อคืนนั่งแปลเพลงเทพเจ้าแห่งลังกระดาษจากซับอังกฤษเรื่องกินทามะ
(เพลงแทรกในอนิเมกินทามะปี 5 ตอน 203 ได้ฟังเต็มเพลงในตอน 209)
แปลเสร็จต้องบอกว่า โอ้แม่เจ้า แม่มตรงกับชีวิตของมาดาโอะในเรื่องจริงๆ เหวย !!!
ใครติดตามการ์ตูนชุดกินทามะมาตลอดตลอด จะรู้เลยว่าชีวิตพี่แกตกต่ำจนน่าอนาถขนาดไหน
อีตาโซราจิทำกันได้ลงคอจริงๆ พับผ่าเถอะ !!!!

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงละ มาฟังเพลงกันเลยดีกว่า

 

 

(อ่านคำแปลไทยแล้วถ้าฟังลิเกก็ขออภัย แบบว่ากลอนมันพาไปน่ะ)

 

เทพเจ้าแห่งลังกระดาษ

MADAO

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอย...

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
ทั้งบ้าน การงาน และรายได้ของข้า
ข้าคงไม่อาจหวนกลับไปสู้อีกครา
เพราะว่าตัวข้าสูญสิ้นแล้วซึ่งทุกอย่าง
นับแต่วันนั้น เป็นต้นมา
นามของข้าก็คือตาลุงไม่ได้ความ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
แต่เทพลังกระดาษได้มอบสิ่งนี้ให้ข้า
โอ้ลังกระดาษ มันได้กลายมา
เป็นดั่งแท่นนิทราอันน่าภิรมย์
โอ้ลังกระดาษ เจ้าคุ้มกายข้า
จากความเหน็บหนาวเย็นชาในยามราตรี

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
โอ้ท่านเทพเจ้า...แห่งลังกระดาษ...
โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
ข้านอนตาหลับได้ และจมลงสู่ห้วงนิทรา

 

ทุกสิ่งอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
ทั้งเกียรติ ทรัพย์สิน และเงินในบัญชี
ข้าคงไม่อาจหวนกลับไปสู้อีกที
เพราะว่าตัวข้านี้ตกต่ำจนจมพื้นธรณี
นับแต่วันนั้น จนถึงวันนี้
ข้ายังคงถูกเรียกว่าตาลุงไม่ได้ความ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกเขาเอาไป
แต่เทพลังกระดาษได้มอบสิ่งนี้ให้ข้า
โอ้ลังกระดาษ มันได้กลายมา
เป็นดุจดั่งเรือนชาน คุ้มหัวคุ้มกายา
โอ้ลังกระดาษ เจ้าปกป้องข้า
จากสายตาสาระแนของชาวบ้านชาวเมือง

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
โอ้ท่านเทพเจ้า...แห่งลังกระดาษ...
โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...
ข้านอนขดตัวเบาๆ อย่างแสนสบาย

 

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอ๋ย...

โอ้ลังกระดาษ...ลังกระดาษเอย...

 

ปล. แปลจากภาษาอังกฤษ คงไม่ตรงเป๊ะกับต้นฉบับญี่ปุ่น แต่อารมณ์ก็คงประมาณนี้ล่ะมั้ง

edit @ 23 Aug 2011 10:32:20 by xiengyod

ท่องเว็บหาข้อมูลเรื่องธงไปตามประสา ปรากฏว่าเป็นเจอเว็บไซต์ธงของอิตาลีรวมข้อมูลเกี่ยวกับธงต่างๆ ไว้  ไปเจอ Royal Standard (ต่อไปนี้จะแปลเป็น "ราชธวัช" ในทุกแห่ง) มีข้อมูลพาดพิงเกี่ยวกับธงสยามไว้ เห็นว่าน่าสนใจดีจึงขอนำมาแปลลงไว้ที่นี่ (ทำไว้หลายวันแล้วแต่ยังไม่มีโอกาศเอามาลงเสียที เพิ่งจะว่างพอวันนี้)
 

หมายเหตุ:

ข้อความจากต้นฉบับเป็นภาษาอิตาลี เนื่องจากผู้แปลไม่มีความรู้โดยตรงในภาษาดังกล่าว จึงต้องอาศัยเครื่องมือ Google Translate แปลจากภาษาอิตาลีเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วจึงเรียบเรียงเป็นภาษาไทยอีกครั้ง ฉะนั้นคำแปลที่ปรากฏต่อไปนี้อาจไม่ถูกต้องตรงตามต้นฉบับเสียทั้งหมด โปรดพิจารณาก่อนนำข้อมูลนี้ไปใช้  อนึ่ง การแปลนี้เป็นเพียงการนำเสนอสิ่งพบในชั้นต้นเท่านั้น  ยังมีข้อมูลหลายอย่างที่จะต้องนำไปตรวจสอบก่อนนำไปใช้หรืออ้างอิงด้วย

ข้อความใดก็ตามที่เป็นข้อคิดเห็นหรือหมายเหตุของผู้แปล ได้เขียนแยกไว้ด้วยเชิงอรรถอักษรตัวเอน การใส่เครื่องหมายวรรคตอนใดๆ ก็ตาม ได้คงไว้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ

 

Xiengyod
20 ก.พ. 2554
xiengyod2529@hotmail.com
xiengyod2529@gmail.com

 

---------------------------------

 

 

กัมพูชา - ราชธวัช 

ราชอาณาจักรกัมพูชา ราว ค.ศ. 1862 - 1970 และตั้งแต่ ค.ศ. 1993

 


 


 

ราชธวัชแบบแรกปรากฎเมื่อ ค.ศ. 1862.[1] พื้นสีน้ำเงิน, สัญลักษณ์รูปเครื่องราชูปโภคสีทอง. กลางผืนผ้ามีตั่งขนาดใหญ่, ตั้งพานรองสองชั้น: ใช้รองรับรูปวัตถุศักดิ์สิทธิ์, ซึ่งในที่นี้เป็นรูปพระขรรค์. พระขรรค์นี้เป็นอาวุธที่เทพเจ้าสร้างขึ้น สำหรับประทานแก่กษัตริย์เขมรในคริสต์ศตวรรษที่ 11 (พระเจ้าชัยวรมันที่ 5).[2] ถัดขึ้นไปเป็นรูปเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์: คือเครื่องหมาย "โอม" ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งในจักรวาล.[3]  แต่ละข้างของตั่งเป็นรูปฉัตร, สัญลักษณ์แห่งพระราชอิสริยยศและพระราชอำนาจทั่วทั้งอุษาคเณย์. พระเจ้าแผ่นดินเขมรได้รับสมญานามว่า "กษัตริย์ที่สองแห่งสยาม"[4] แสดงออกถึงอิทธิพลของไทยในยุคนั้น. ในช่วงแห่งการยึดครอง[5] พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงสร้างธงที่สอง (ราว ค.ศ. 1862), เป็นธงสีน้ำเงินมีรูปธงชาติสยามที่มุมธงบนด้านคันธง.[6]

 

 


          

นอกจากการเพิ่มขอบสีแดงบนธงทั้งสี่ด้านแล้ว, ราชธวัชยังคงมีลักษณะอย่างเดิมตลอดตั้งแต่ยุครัฐในอารักขาฝรั่งเศสจนถึงช่วงที่เจ้าสีหนุถูกขับไล่ในปี ค.ศ. 1970.[7] อย่างไรก็ตาม, รูปแบบของสัญลักษณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยการเพิ่มองค์ประกอบอื่นๆ.  ตั่งถูกแทนที่ด้วยแพรแถบมีข้อความถวายพระพรหรือนามประเทศ. เครื่องหมาย "โอม" ถูกครอบด้วยรูปพระมหามงกุฎ, รูปทรงดุจยอดเขาพระสุเมรุ, อันถือเป็นเขาโอลิมปัสตามความเชื่อท้องถิ่น. บนสุดเป็นรูปรัศมี, เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองในพระราชวงศ์.  สัดส่วนกว้างยาวของธงคือ 3:4 อย่างน้อยที่สุดจนถึงช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2. หลังจากนั้นผืนธงได้เปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส[8] ขอบสีแดง และมีรูปสัญลักษณ์ขนาดใหญ่กว่าเดิมเขียนด้วยเส้นสีแดง. ในช่วงสุดท้าย (ค.ศ. 1948 - 1970) มีการสร้างธงเพิ่มขึ้นอีกธงหนึ่ง, สำหรับใช้ในราชพิธี, เป็นรูปตราแผ่นดินอย่างเต็มยศ: ซึ่งเพิ่มองค์ประกอบจากตราเดิมด้วยรูปสิงห์สองตัว, มีตัวหนึ่งศีรษะเป็นช้าง[9], ประคองฉัตรเครื่องสูง, มีรูปฉลองพระองค์ครุย, ลวดลายก้านขดและแพรแถบประดับลวดลายซึ่งบรรจุข้อความไว้.

 

 

หลังยุคแห่งโศกนาฏกรรมและความยุ่งเหยิงระหว่าง ค.ศ. 1970 - 1993[10], ราชอาณาจักรกัมพูชาได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง. ราชธวัชใหม่เป็นธงสีน้ำเงินคล้ายธงแบบดั้งเดิม และมีเครื่องหมายตราแผ่นดินแบบเต็มยศ, ซึ่งเขียนเป็นภาพลายเส้นด้วยสีเหลืองทอง, มีลักษณะดุจเดียวกับสัญลักษณ์ในราชธวัชสำหรับพระราชพิธีปี ค.ศ. 1970. สัดส่วนธง 2:3.

 

บรรณานุกรม 

Album des Pavillions nationaux, 1923 - Flaggenbuch OKM, 1939 - Archive CISV, Schedule 48 / 5 - Franciae Vexilla, special issue 2005

 

ที่มา:

ข้อสังเกต

-          ประวัติศาสตร์ธงชาติสยามเท่าที่ปรากฏอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ ยังไม่มีเอกสารได้ที่เล่าถึงการสร้างธงของเขมรโดยเอาธงช้างรวมเป็นส่วนประกอบหนึ่งอยู่ด้วย ต้องตรวจสอบจากเอกสารต่างประเทศเพิ่มเติมว่ามีบันทึกเรื่องนี้อยู่หรือไม่

-          ภาพจำลองราชธวัชแบบแรกของเขมร ออกจะคล้ายกับคำบรรยายถึงธงพระจุฑามณีของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (ธงรูปปิ่นบนพานแว่นฟ้าล้อมด้วยเครื่องสูง เลียนแบบตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์) ซึ่งปรากฏคำบรรยายลักษณะอยู่ใน